สิทธิ์ลาป่วย ลากิจ ลาพักร้อน ตามกฎหมายแรงงานไทย พนักงานมีสิทธิ์กี่วัน
หนึ่งในคำถามที่ฝ่ายบุคคลของ SME เจอบ่อยที่สุดคือ "พนักงานลาได้กี่วัน" และ "ลาแบบไหนต้องจ่ายค่าจ้าง" บทความนี้รวบรวมสิทธิ์การลาตามหลักการของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาสรุปเป็นตารางอ่านง่าย พร้อมข้อควรระวังที่ SME มักเข้าใจผิด
ตารางสรุปสิทธิ์การลาตามกฎหมาย
| ประเภทการลา | สิทธิ์ขั้นต่ำ | การจ่ายค่าจ้าง | |---|---|---| | ลาป่วย | ลาได้เท่าที่ป่วยจริง | นายจ้างจ่ายค่าจ้างได้ไม่เกิน 30 วันทำงาน/ปี (ลา 3 วันขึ้นไปอาจต้องมีใบรับรองแพทย์) | | ลากิจ | ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน/ปี | จ่ายค่าจ้างตามสิทธิ์ขั้นต่ำ | | ลาพักร้อนประจำปี | ไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน/ปี เมื่อทำงานครบ 1 ปี | จ่ายเต็ม (บริษัทให้มากกว่านี้ได้ เช่น 10-15 วัน ในฐานะสวัสดิการเสริม) | | ลาคลอดบุตร | ไม่เกิน 120 วัน (รวมลาตรวจครรภ์ก่อนคลอด) | นายจ้างจ่าย 60 วัน ส่วนที่เหลือประกันสังคมช่วยจ่ายบางส่วน | | ลาทำหมัน | ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด | จ่ายเต็ม | | ลารับราชการทหาร | ตามเวลาที่ถูกเรียก | นายจ้างจ่ายไม่เกิน 60 วัน/ปี | | ลาฝึกอบรม/พัฒนาความรู้ | ตามลักษณะกรณี | ขึ้นกับลักษณะการฝึกอบรม | | ลาบวช | ไม่มีในกฎหมายแรงงาน | เป็นสวัสดิการที่บริษัทกำหนดเอง ไม่ใช่สิทธิ์ตามกฎหมาย |
รายละเอียดที่ควรรู้เพิ่มเติม
ลาป่วย
ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาป่วยได้ตามที่ป่วยจริง ไม่มีเพดานจำนวนวันลา แต่นายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างระหว่างลาป่วยไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปีเท่านั้น หากป่วยเกิน 30 วัน ลูกจ้างยังลาต่อได้แต่ไม่ได้รับค่าจ้างจากนายจ้างในส่วนที่เกิน และการลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานติดต่อกันขึ้นไป นายจ้างสามารถขอใบรับรองแพทย์ได้
ลากิจ
กฎหมายกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 3 วันทำงานต่อปีและต้องจ่ายค่าจ้าง บริษัทสามารถกำหนดสิทธิ์ให้มากกว่านี้ได้ตามนโยบายสวัสดิการ
ลาพักร้อนประจำปี
สิทธิ์นี้เกิดขึ้นเมื่อลูกจ้างทำงานครบ 1 ปีแล้ว ขั้นต่ำ 6 วันทำงานต่อปี หลายบริษัทให้มากกว่านี้เพื่อดึงดูดพนักงาน แต่ส่วนที่เกินจากขั้นต่ำถือเป็นสวัสดิการของบริษัท ไม่ใช่ข้อบังคับกฎหมาย เรื่องการสะสมวันลาข้ามปีก็เช่นกัน กฎหมายไม่ได้บังคับให้สะสมอัตโนมัติ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง
ลาคลอดบุตร
สิทธิ์รวมสูงสุด 120 วัน ครอบคลุมทั้งการลาไปตรวจครรภ์ก่อนคลอดและลาคลอด แต่นายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างเพียง 60 วันแรกเท่านั้น ส่วนที่เหลือลูกจ้างจะได้รับเงินช่วยเหลือจากประกันสังคมแทน ไม่ใช่นายจ้างจ่ายเต็มตลอดระยะเวลาลา
ข้อควรระวังที่ SME มักเข้าใจผิดบ่อย
- คิดว่าลาบวชเป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย — จริงๆ แล้วไม่ใช่ เป็นสวัสดิการที่แต่ละบริษัทกำหนดเอง ต้องระบุไว้ในระเบียบข้อบังคับการทำงานให้ชัดเจนว่าบริษัทให้สิทธิ์นี้หรือไม่ กี่วัน
- สับสนระหว่าง "วันทำงาน" กับ "วันตามปฏิทิน" — สิทธิ์การลาส่วนใหญ่นับเป็นวันทำงาน ไม่ใช่วันตามปฏิทินที่รวมวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
- คิดว่าลาพักร้อนสะสมข้ามปีได้อัตโนมัติ — ต้องมีข้อตกลงร่วมกันก่อน ไม่ใช่สิทธิ์ที่เกิดขึ้นเองตามกฎหมาย
- คิดว่านายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างเต็มตลอดช่วงลาคลอด — ความจริงจ่ายแค่ 60 วัน ส่วนที่เหลือเป็นเงินจากประกันสังคม ไม่ใช่ภาระของนายจ้างทั้งหมด
- ปนโควตาลากิจกับลาป่วยเข้าด้วยกัน — เป็นสิทธิ์คนละประเภท มีเงื่อนไขจำนวนวันและการจ่ายค่าจ้างต่างกัน ต้องแยกบันทึกให้ชัดเจน
สรุป
การบริหารสิทธิ์การลาที่ถูกต้องต้องแยกประเภทให้ชัด ทั้งลาป่วย ลากิจ ลาพักร้อน ลาคลอด และลาประเภทอื่นๆ ที่มีเงื่อนไขจำนวนวันและการจ่ายค่าจ้างไม่เหมือนกัน ยิ่งบริษัทมีพนักงานมาก ยิ่งเสี่ยงต่อการนับโควตาผิดหรือปนกันระหว่างประเภทการลา
หากบริษัทของคุณยังใช้ตารางกระดาษหรือ Excel ในการนับวันลาคงเหลือของพนักงานแต่ละคน ระบบอย่าง BL TimeFlow ช่วยให้ตั้งค่าโควตาลาแต่ละประเภทแยกกันได้ชัดเจนตามนโยบายบริษัท และคำนวณสิทธิ์คงเหลือของพนักงานแต่ละคนให้อัตโนมัติ ไม่ต้องนั่งนับเองทุกครั้งที่มีคนขอลา
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไปตามหลักการของกฎหมายแรงงานไทย ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี ควรตรวจสอบกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (www.labour.go.th) หรือที่ปรึกษากฎหมายก่อนนำไปใช้จริง
ชอบบทความนี้ไหม? แชร์ให้เพื่อนร่วมทีมหรือ HR ที่รู้จักดูด้วยได้เลยค่ะ
